“ศรีสุวรรณ” จี้ ป.ป.ช.ต้องสอบอดีต ผบ.ตร.กรณีการเปลี่ยนความเร็วรถ”บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา”

“ศรีสุวรรณ” จี้ ป.ป.ช.ต้องสอบอดีต ผบ.ตร.กรณีการเปลี่ยนความเร็วรถ”บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา”

วันที่ 15 ส.ค.2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเอกสาร กล่าวถึงบุคคลผู้พาดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาเจอพ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานคดีบอส จนนำไปสู่การเปลี่ยนความเห็น เรื่องความเร็วจาก 177 เหลือ 79.22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนทำให้ความเห็นเรื่องความเร็วในคดีบอส-วรยุทธ อยู่วิทยา เปลี่ยนไป ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้อัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีบอส อยู่วิทยานั้น
บุคคลดังกล่าว แม้จะเป็นอดีต ผบ.ตร. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการบังคับบัญชาตำรวจ ซึ่งมิใช่เจ้าของสำนวนคดี แต่กลับเข้ามาก้าวก่าย ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานนั้น อาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ ตาม พรป.ป.ป.ช.2542 ในอดีตหรือปี 2561 ในปัจจุบันได้ เนื่องจากเป็นการกระทำหรือปฏิบัติอย่างใดในตําแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่ เพื่อแสวงหาประโยชน์ ที่มิควรได้โดยชอบสําหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือกระทําการอันเป็นความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการหรือ ความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญาหรือตามกฎหมายอื่น ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะต้องเรียกบุคคลดังกล่าวมาไต่สวน สอบสวน ทำความจริงให้ปรากฏ แม้บุคคลดังกล่าวจะเกษียณอายุราชการไปเกือบ 5 ปีแล้วก็ตาม


นอกจากนั้น พยานผู้เชี่ยวชาญ และตำรวจเจ้าของสำนวนผู้เปลี่ยนความเห็น เรื่องความเร็วรถของผู้ต้องหา ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามไปด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าถูกกดดัน บังคับ ขู่เข็ญจนถึงที่สุด หรือจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวงหรือโดยมิชอบประการอื่นจากผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลใด ซึ่งจะมีผลทำให้พยานหลักฐานนั้นเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า พยานหลักฐานที่เป็นผลไม้จากต้นไม้พิษ (Fruit of the Poisonous Tree) ซึ่งเกิดจากการกระทำที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 226


การพิสูจน์ความจริงในความผิดของบอส-วรยุทธ อยู่วิทยา จากหน่วยงานหรือกรรมการที่เกี่ยวข้องเริ่มงวดเข้าไปทุกขณะ แต่ก็พบเห็นตัวละครใหม่ ๆ ที่เป็นไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง ที่เป็นต้นเหตุที่สำคัญที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมขั้นต้นผิดเพี้ยนไปอย่างมาก หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไข เปลี่ยนแปลงปฏิรูปตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติโดยเร็ว โดยมิต้องลูบหน้าปะจมูก เพราะอาจจะกลายเป็นบูมเมอแรงย้อนกลับมาทิ่มแทงรัฐบาลเสียก็ได้ ที่สำคัญองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ต้องเร่งทำงานเชิงรุกอย่างรวดเร็ว ให้เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน โดยเรีย อดีต ผบ.ตร.คนดังกล่าวมาไต่สวนโยเร็ว เพราะกรณีนี้จะเป็นบทพิสูจน์องค์กร ป.ป.ช.ว่าสังคมไทยยังควรให้ความเชื่อถือที่ต้องสนับสนุนหรือควรต้องปฏิรูป ป.ป.ช. กันอย่างมโหฬารกันเสียที นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

เรื่องที่คุณอาจสนใจ