ด้วยความผูกพัน! หากสถานการณ์ดีขึ้น รพ.สนามอุดรฯ เตรียมปิด“ศูนย์มรกต”

อุดรธานี-รพ.สนามรักษาโควิดอุดรฯ ผูกพันคนไข้เหมือนครอบครัวเดียวกัน หากสถานการณ์ดีขึ้นต่อเนื่องเตรียมปิด“ศูนย์มรกต”

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ภายในศูนย์มรกต หรือ รพ.สนาม ของ รพ.ศูนย์อุดรธานี ซึ่งเป็นอาคารคลังสินค้ายักษ์ ภายในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็น รพ.สนามขนาด 500 เตียง (เพิ่มได้) มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย เฝ้าติดตามผู้ป่วยด้วยกล้องวงจรปิด 24 ชม. ศักยภาพรองรับผู้ป่วยทั้งเตียงเหลือง และเตียงเขียว เปิดดำเนินการมาตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ดูสภาพทั่วไปผ่านกล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัย ที่อยู่ด้านหน้าของศูนย์อำนวยการ และติดตามภายใน รพ.สนาม ผ่านกล้องวงจรปิดภายในศูนย์อำนวยการ ที่แยกเป็นโซน A-B-C-D เพศหญิง , เพศหญิง+ครอบครัว , เพศชาย และเพศชาย+ครอบครัว มีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามหน้าจอ เฝ้าติดตามผู้ป่วยในโซนตนเอง ที่มีทั้งผู้ป่วยสีเหลือง และสีเขียว โดยทั้งหมดวันนี้มีผู้ป่วย 114 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยสีเขียว เหตุการณ์ทั่วไปเรียบร้อยดี

นายสยาม ศิริมงคล ได้พบกับนางทิชาฉัตร ชาทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ศูนย์อุดรธานี ที่เป็นทีม รพ.สนาม รพ.อุดรธานี ปฏิบัติงานมาตั้งแต่ รพ.สนาม มรภ.สามพร้าว ซึ่งขณะนี้ได้ปิดลงไปแล้ว และมาปฏิบัติหน้าที่ศูนย์มรกต เป็นบุคลากรทางการแพทย์หลัก ตั้งแต่เริ่มเตรียมศูนย์มรกต จนเปิดรับคนป่วยรายแรก จนมาถึงปัจจุบันกว่า 4 เดือน รับคนำไข้มาแล้วรวม 2,766 ราย หายกลับบ้านแล้ว 2,508 ราย โดยผู้ว่าฯ ถามว่า “ได้ปฏิบัติหน้าที่มาต่อเนื่อง สถานการณ์ตั้งแต่ปีใหม่จนถึงวันนี้ ปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง ”

นางทิชาฉัตร ชาทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ศูนย์อุดรธานี บอกว่า จากที่เราเคยรับผู้ป่วยไว้มากกว่า 500 คน รวมไปถึงช่วยที่มีผู้ป่วยชาวต่างชาติ พม่า เข้ามา ก็จะเกิดความวุ่นวายมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา วัฒนธรรมการกิน เราก็ผ่านจุดนั้นมาได้ มาถึงวันนี้สถานการณ์เราดีขึ้นมาก ข้างนอกอาจจะมองว่าหนักหนา แต่ยอดคนไข้ของเราลดลง และมีอาการไม่หนัก บางคนมาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าป่วย ที่มาเพราะผลตรวจโชว์ว่าติดเชื้อ

“ คนไข้เองก็ปรับตัวได้ดี มีความเป็นจิตอาสามากขึ้น มาช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ให้เราได้มาก จากเดิมทุกครั้งที่เราต้องไปดูคนไข้ จะต้องสวมชุด พีพีอี.-ถุงมือ เข้าไปทำทุกอย่างให้คนไข้ ต่อมาคนไข้ก็มาช่วยเราดูแล อาคารสถานที่ ห้องน้ำ ขยะ และอื่น ๆ และช่วยเราดูแลคนไข้ที่มีอาการเปลี่ยนแปลง คนไข้จะรู้ว่าเมื่อเกิดขึ้น คนหนึ่งจะไปตามคุณหมอ คนหนึ่งก็จะพาคนไข้ไปวัดความดัน วัดออกซิเจน แล้วคนไข้ก็จะส่งต่อกันเป็นทอดๆ ก่อนกลับออกไปก็จะพาคนไข้อีกคน มาแนะนำว่าจะเป็นขจิตอาสาต่อจากเขา ”

พยาบาลศูนย์มรกต จ.อุดรธานี บอกต่อว่า ยังมีคนไข้เด็กก็มาช่วย รับคนไข้ใหม่ที่เข้ามารักษา ช่วยกันถือชุดเครื่องนอง เครื่องใช้ส่วนตัว นำไปส่งถึงเตียง เขาจะดูแลกันเหมือนครอบครัวหนึ่ง หรือเหมือนกับรุ่นพี่รุ่นน้อง และพอเขาหายกลับไปแล้ว เขาก็กลับเข้ามาพร้อมของบริจาค น้ำดื่ม อาหารแห้ง ข้าวของเครื่องใช้ บอกว่าเป็นศิษย์เก่าที่นี่ เขารู้ว่าคนไข้ต้องการอะไร บางคนถึงกับจัดของมาเป็นชุด มันเป็นมิตรภาพดี ๆ ของคนไข้กับเจ้าหน้าที่ เราเหนื่อยๆมาก็หายเหนื่อยได้ ยอมรับว่าแรกๆก็เครียด แต่ผ่านไปแล้วก็ทำให้มีความสุข

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า อุดรธานีมี “ศูนย์แคร์” รพ.สนาม ที่ มรภ.อุดรธานี และมาเพิ่มที่ “ศูนย์มรกต” ในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี และไปเพิ่มที่ “ศูนย์ฮักแพง” อ.หนองหาน ในช่วงที่พบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีจำนวนลดลง ที่ผ่านมาเราปิดศูนย์แคร์ ส่งมอบพื้นที่คืน มรภ.อุดรธานีแล้ว วันนี้เป็นวันที่พบผู้ป่วยต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หากสถานการณ์ดีขึ้นต่อเนื่อง แผนการปิดต่อไปคือ “ศูนย์มรกต” ที่เป็นพื้นที่ของเอกชน และจะยังคงศูนย์ฮักแพงไว้ เพราะเป็นพื้นที่ของทางราชการ และมีศักยภาพให้เคียงกับ “ศูนย์มรกต” การปิดศูนย์จะทำให้บุคคากรจะได้พัก กลับที่ตั้งไปดูแลผู้ป่วยอื่น และพร้อมกลับมาหากมีการระบาดอีก.

ภาพ-ข่าว กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี

เรื่องที่คุณอาจสนใจ