เปิด11ฉายา

สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนจากสื่อต่างๆร่วมกันคัดเลือกและพิจารณา ตั้งฉายาตำรวจประจำปี 2563

สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนจากสื่อต่างๆร่วมกันคัดเลือกและพิจารณา ตั้งฉายาตำรวจประจำปี 2563

วันนี้ ( 23 ธ.ค.) สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย  โดยนายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมฯ   นายสุชัยพงษ์ เพียรชอบ ประธานที่ปรึกษาฯ  , นายสมชาย จรรยา นายสุรชัย นิโครธานนท์ รองนายกสมาคมฯ  และ  นายธนากร ริตุ เลขาธิการสมาคม พร้อมตัวแทนจากสื่อต่างๆร่วมกันคัดเลือกและพิจารณาตฉายาตำรวจประจำปี 2563 จำนวน 11 นาย ประกอบด้วย

1.พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  หรือ “บิ๊กปั๊ด” ได้รับฉายา “ผบ.หลบฉาก” เนื่องด้วยถึงแม้จะเป็นนายตำรวจมากฝีมือ ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งสูงสุดขององค์กรตำรวจ แต่รูปแบบการทำงานที่ผ่านมา ยังไม่ชัดเจนในเรื่องการคลี่คลายคดีสำคัญ  เช่นคดีการหายตัวไปของ “น้องชมพู่” ที่สร้างความแคลงใจให้กับสังคม  และบ่อยครั้งไม่ค่อยเห็นการชี้แจงถึงความคืบหน้าในคดีต่างๆ มีเพียงการมอบหมายให้ทีมงานโฆษกชี้แจงเท่านั้น 

2.พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์   รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฉายา “เด่น เป็นงาน” เนื่องด้วยมีชื่อเล่นว่า “เด่น” ได้รับการมอบหมายให้ดูงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ (มค.) เป็นอีกหนึ่งนายพลตำรวจบุคลิกสุขุมนุ่มลึก บวกกับความสามารถจนเป็นที่ไว้วางใจทำให้ได้รับมอบหมายงานสำคัญ อาทิ การสอบเอาผิดโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร 514 แห่ง ต้องสงสัยทุจริตฉ้อโกงเงินของรัฐจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” , การบุกทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ ตลอดจนการรับผิดชอบ ภาพรวมการดูแลรักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)  จึงได้รับฉายา “เด่น เป็นงาน”

3.พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา  ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  ฉายา  “นายพล (ตีน) ตุ๊กแก” จากเหตุการณ์กราดยิง 4 ศพ  ในบ่อนพระราม 3 ซอย 66   สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับเก้าอี้ น.1 เป็นอย่างมาก  เนื่องจากเป็นช่วงที่จะมีการพิจารณาโยกย้ายข้าราชการตำรวจประจำปี   และถึงแม้ภายหลังจะจับ “บอย บ้านครัว” มือปืนผู้ก่อเหตุได้ก็ไม่ได้เป็นการการันตีต่อลมหายใจในเก้าอี้ “แม่ทัพนครบาล” แต่อย่างใด ท่ามกลางกระแสลือสะพัด ในการปรับบัญชีใหม่เปลี่ยนตัว “ผบช.น.” แต่จนแล้วจนรอดก็พ้นมรสุมมาได้

4.พล.ต.ท.กรไชย  คล้ายคลึง  ผู้บัญชาการกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  ฉายา “แจง 5 จี”  ถือเป็นนายตำรวจคนแรกขององค์กรที่ได้รับความไว้วางใจให้มากุมบังเหียน “บช.ไซเบอร์” ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ถอดด้ามและเป็นที่คาดหวังของประชาชน ในการปราบปรามอาชญากรรมในปัจจุบันที่ได้พัฒนาไปอยู่ในโลกโซเบอร์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผลงานปรากฏต่อสังคม เนื่องจากขุมกำลังยังไม่เพียงพอเปรียบเสมือนสัญญาณ 5 จี ที่รู้ว่ามีแต่ยังมาไม่ถึงจึงเป็นที่มาของฉายา “แจง 5 จี”

5.พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับฉายาว่า “นายพลขาลุย” ก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคต 3 เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนำกำลังหน่วย “นปพ.ภ.3” บุกเข้าไปใน “ห้างเทอมินอลวัน” เพื่อให้การช่วยเหลือเหยื่อที่ถูก “พลทหารคลั่ง” จับเป็นตัวประกัน จนสามารถทำการวิสามัญทหารคลั่ง และช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้อย่างได้อย่างปลอดภัย และได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชาหลายท่านถึงความเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญในครั้งนั้น

6.พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ฉายา “ต่อ เหนือเมฆ” เป็นนายตำรวจที่ประชาชนรู้จักกันอย่างกว้างขวาง ภาพลักษณ์ทั้งนักบู๊และนักบุญ เดินทางสายบุญและสายบู๊คู่ขนานกันไป นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพกับหน่วยงานผลัดดันการฝึกอบรมทั้งการ “ยิงปืน-โดดร่ม” เห็นได้จากภาพที่ปรากฎในโลกโซเชียลที่ “บิ๊กตู่อ” ฝึกซ้อมโดดร่มกับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นประจำ ทำให้นักกีฬาโดดร่มของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีสีสันมากยิ่งขึ้นจนสามารถเข้าร่วมแข่งขันกีฬากองทัพไทยได้ จึงเป็นที่มาของฉายา “ต่อ เหนือเมฆ”

7.พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  เจ้าของฉายา “เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว” ได้รับความวางใจให้เป็นกระบอกเสียงของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (โฆษก บช.น.) โดยในห้วงการชุมนุมทางการเมือง  ปรากฏภาพของพล.ต.ต.ปิยะ บ่อยครั้งในการทำหน้าที่โฆษกจากสื่อต่างๆ ในการเจรจาบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืนการชุมนุม  เปรียบเสมือน “เปาบุ้นจิ้น” แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นนายตำรวจรูปหล่อหน้าขาว   จึงเป็นที่มาของฉายา “เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว”

8.พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล    ได้รับฉายา “กูรูทางเลี่ยง” มีผลงานการแก้ไขปัญหาการจราจรที่เข้าขั้นจลาจล   ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจจราจร ทำให้เมื่อก้าวขึ้นมาเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังคงได้รับความไว้วางใจให้กำกับดูแลงานจราจร ซึ่งในห้วงการชุมนุมทางการเมือง ม็อบปิดถนนส่งผลให้การจราจรติดขัด  จะเป็นผู้ให้คำแนะนำข้อมูลข่าวสารด้านการจราจร แก่พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในการสัญจร   โดยมีวลีติดปาก “ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง” แม้แต่ซอยเล็กซอยน้อยก็รู้จัก จนเป็นที่มาของฉายา “กูรูทางเลี่ยง”

9.พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รับฉายา “มือปราบคดีดัง”  นายตำรวจหนุ่มไฟแรงผู้นี้  จบนรต.รุ่นที่ 50  ฝากผลงานโดดเด่นต่อเนื่องตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปราม  ทำคดีสำคัญมามากหมายหลายคดี อาทิ นำ “ชุดหนุมาน” เข้าคลี่คลายเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช  หรือ แม้กระทั่งการสางคดีการเสียชีวิตของเสี่ยชูวงษ์ แซ่ตั๋ง ที่จับกุมอดีต ส.ส.  บรรยิน ตั้งภากรณ์   รวมทั้งการสางคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาจนเป็นผลสำเร็จ จึงได้รับฉายา “มือปราบคดีดัง”

10. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผู้บังคับการสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับฉายา “มือปราบเฟคนิวส์” นอกจากภารกิจในการกุมบังเหียนงานสืบสวนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ในช่วงโควิด-19 ระบาด พล.ต.ต.พันธนะ ยังสวมหมวกหัวหน้าชุดเทคนิคและสืบสวนที่ 2 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) และหัวหน้าชุดประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้าน “ข่าวปลอม” (Anti-Fake News Center) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และศูนย์ปราบปรามละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ กสทช. ลุยปราบปรามผู้โพสต์ข่าวปลอม และข่าวบิดเบือน  จึงได้ฉายา “มือปราบเฟคนิวส์”

11.พล.ต.ต.รณกร ฤทธิรงค์   ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2  ได้รับฉายา “ผู้การกรุแตก”  โดยเมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี   เคยปรากฏเป็นข่าวจากกรณีที่ใช้วาจาไม่สุภาพที่ท่าอากาศยาน หรือสนามบินอุบลราชธานี หลังไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่บริเวณจุดคัดกรองโควิด จนเป็นเหตุให้ถูกตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและให้มาช่วยราชการที่ ศปก.ภ.3 เป็นเวลา 30 วัน แต่เรื่องก็เงียบหายไป กระทั่งได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 แต่ก็ไม่วายถูกตั้งคณะกรรมสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมให้มาช่วยราชการที่ ศปก.บช.ทท. หลังได้รับการร้องเรียนว่าระดมกึ่งบังคับลูกน้องให้เข้าร่วม “ทีมเฉพาะกิจ” ออกเก็บ “ค่าตั๋ว ค่าต๋ง” จากสถานประกอบการยามค่ำคืนในพื้นที่ภาคอีสานใต้ จนเป็นที่มาของฉายา “ผู้การกรุแตก”

สมชาย จรรยา รายงาน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ